ทริปวังน้ำเขียว เมืองแห่งโอโซน (16-17 ม.ค. 52)

สวัสดีครับผม ตอนนี้ก็เดือนมกราคมแล้วเน๊อะ หลายๆท่านคงจะได้สัมผัสกันแล้วว่าในปี 2552 นี้
อากาศมันช่างหนาวจับใจดีจริงๆ สมกับที่รอมานาน อยากจะเห็นอุณหภูมิในไทยติดลบซักครั้ง
ก็เพราะอากาศมันดีอย่างนี้นี่แหละผมถึงได้ทุ่มทุนเที่ยวมันทุกสัปดาห์เลย 555+
และวันเสาร์-อาทิตย์ 17-18 นี้ก็เป็นอีกสัปดาห์ที่ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะไปเที่ยวดินแดนที่ได้ฉายาว่า
"สวิตเซอร์แลนด์แห่งอิสาน" แหล่งผลิตโอโซนอันดับ 7 ของโลก (แต่เดี๋ยวนี้คงตกอันดับแล้วมั๊ง ฝุ่นเพียบ อิอิ)
พูดมากไปละ ติดตามชมกันได้เลยก๊าบ "ทริปวังน้ำเขียว เมืองแห่งโอโซน" >>>
เริ่มออกเดินทางไปนอนที่เจ็ดคต จ.สระบุรี ตั้งแต่คืนวันศุกร์เลย (130km) จะได้ย่นระยะทางไปอีกหน่อย
พร้อมกับสารเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย เง้อๆ แต่กินได้ไม่ถึง 10 shot ก็หลับแว้ว...

ตื่นมาพร้อมกับแสงพระอาทิตย์ยามเช้า มองจากในเต้นท์แล้วช่างสวยจริงๆ
แสงสะท้อนกับผิวน้ำระยิบระยับ เป็นแสงสีทองผ่องอำไพ (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ให้เดินทางไปดูเองนะ)

ขนมทินนี่ ของโปรดสำหรับครอบครัว โบราณแท้!
กินมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ยังไม่เบื่อ

จะบอกให้รู้ว่าทริปนี้ไม่ได้มาคนเดียว อิอิ

ที่เจ็ดคตนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นบริเวณที่มีลมแรงเพราะตั้งอยู่ในช่องเขา โดยเฉพาะช่วงกลางคืนลมจะแรงมากเป็นพิเศษ
ถ้าเต้นท์ไหนไม่ตอกสมอบกหรือว่าโครงไม่แข็งแรงละก็งานเข้าแน่ เพราะเมื่อคืนมีเต้นท์พังตั้ง 2 หลังแหนะ (เสาหัก)
แต่ของผมยังปกติดีทุกอย่าง 555+ ของเค้าดีว่างั้น! (เต้นท์ MSR รุ่น Hubba Hubba)

เดินเล่นยืดเส้นยืดสายซักพักก็ล้มเต้นท์ เก็บข้าวของออกเดินทางไปวังน้ำเขียวกัน โดยใช้เส้นทางลัดที่ตีนเขาใหญ่
ขับไปประมาณ 2 ชั่วโมง (~170 km) ก็ออกมาถึงวังน้ำเขียวแล้วครับ เที่ยงวันพอดี ก็เหลือบไปเห็นร้านกาแฟ "ลาคัมปาณ"
บริเวณก่อนถึงทางเข้าไปผาเก็บตะวัน ติดถนนหลวง 304 ฝั่งขาเข้า วิวดูสวยดีก็โฉบแวะเข้าไป
กาแฟไม่เน้น เน้นแต่ขนมเค้ก ก้อนตั้ง 80 บาท ราคาแรงมั๊กๆ แต่รสชาติมันช่างสวนทางกับราคาจังเลย
หน้าตาดีอย่างเดียว

ที่ผมชอบก็เจ้าพวกตุ๊กตาสังกะสีที่ตั้งอยู่หน้าร้านนี่แหละครับ น่ารักจริงๆ

หาบถังน้ำด้วย อิอิ

หลังจากคิดค่าเสียหายสำหรับขนมเค้ก 2 ก้อนและน้ำปั่นอีกหนึ่งแก้วไป 200 กว่าบาท ก็ออกเดินทางต่อ
เป้าหมายอยู่ที่ผาเก็บตะวัน ระยะทางอีก 30 กิโล ค่าเข้า 30 บาทต่อรถ 1 คัน ค่ากางเต้นท์หลังละ 30 บาท
ถึง "ผาเก็บตะวัน" ตอนบ่าย 2 ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นปริมาณคนเยอะขนาดนี้

เดินมองหาทำเลอยู่นานก็ได้ตรงนี้แหละครับ เงียบและอยู่ติดกับหน้าผาเลย เผลอเมากลิ้งไปตกเขาแน่ๆ
แหม่! เต้นท์เรานี่มันช่วงสวยเด่นเป็นสง่าจริงๆ นอนอยู่ในเต้นท์ยังมีคนแอบเมาท์เต้นท์เราด้วย อิอิ

สำหรับท่านที่ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหารก็ไม่ต้องกลัวครับ เพราะบนนี้มีซุ้มแป๊บซี่ ขายข้าวด้วย
ปาท่องโก๋ก็มีนะ แต่บางรายการราคาก็พอๆ กับภูกระดึงเลยอะ แพงเว่อร์ไปนิด

แหล่งความรู้และความเป็นมาของผาเก็บตะวัน

ถึงเวลาที่รอคอยประมาณ 5 โมงเย็นพระอาทิตย์ก็เริ่มลับขอบฟ้า ต้องไปเก็บตะวันให้สมชื่อ "ผาเก็บตะวัน" ซะหน่อย

ตื่นเช้ามาก็ต้องไปเก็บภาพมาตารฐานครับ นั่นคือไปถ่ายกับป้ายนั่นเอง กลัวไม่รู้ว่าไปจริงๆ 555+

ถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็ล้มเต้นท์เก็บของทันที เพราะยังมีโปรแกรมรอกินอยู่ด้านล่างอีกเยอะ
ข้าวของทั้งหมดก็เป็นสไตล์ Backpack จัดลงกระเป๋าสองใบได้อย่างลงตัว

ลงไปประมาณ 3 กิโลเมตรก็เจอกับแก๊งนาวาร่าครับ บริเวณสวนต้นยาง มากันเพียบประมาณ 10 คันได้
(ที่มาของเสียงดังๆ บนลานกางเต้นท์นี่เอง อิอิ)

ในความแห้งแล้งย่อมมีความงามแฝงอยู่

หล่อเกินห้ามใจจริงๆ

แสงกำลังดี ท้องฟ้าก็สีเข้มไม่มีเมฆซักก้อนเลย

ถึงทางออกก่อนตัดเข้าถนน 304 ก็พบกับบรรยากาศเมืองหลวงอีกครั้ง (รถติดยาวเป็นกิโลเลย)

สาเหตุของรถติดครับ ก็เพราะพืชผักผลไม้สดๆจากไร่ไร้สารพิษนี่เอง

ไส้กรอก&เบอร์เกอร์ก็มีนะ ไส้กรอก 40 บาท/ชิ้น ซี่โครงหมูรมควัน 480 บาท/กิโล
(จ๊ะ&ไซ ทำอร่อยกว่าอีก confrim!)

กินไปเป็นร้อยก็ไม่อิ่มครับ ขอแวะร้านนี้ละกัน "ร้านส้มตำน้องพลอย" ร้านค้าที่ชนะเลิศการประกวดเบจมาศบานปี' 48

น่ากินแค่ไหนดูเอา ปีกไก่ย่างหอมๆ

รสชาติ สมแล้วที่ชนะเลิศ แถมยังใช้มือในการสับมะละกอแบบดั้งเดิมอีก อร่อยมาก

ผักก็สด หวาน กรอบ อร่อยอีกแล้วครับท่าน

อิ่มจุก สะใจจริงในงบเพียง 200 บาท ก็ออกเดินทางรวดเดียวมาถึงกรุงเทพประมาณ 5 โมงเย็น
ระยะทาง 270 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชั่วโมง
สุดท้าย สำหรับใครที่ยังตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีก็ขอแนะนำที่วังน้ำเขียวเลยละกัน อากาศดี ใกล้กรุงเทพ เซฟค่าใช้จ่าย
งานนี้มีแค่ 2 พันก็มันส์ได้ครับ อย่าปล่อยให้รถคู่ใจของคุณต้องจอดนิ่งอยู่ที่บ้านอย่างไร้ความหมาย เอาออกมาซิ่งดีกว่าครับ
เงินจะได้หมุนไปยังชุมชน แถมยังได้ความสุขและประสบการณ์ดีๆ แง่มุมดีๆ กลับมาอีกมากมาย แล้วพบกันทริปหน้านะครับ
Vios หัวใจ Vigo

ปล.เอาไว้เผื่อไปเที่ยวกันนะ

แหล่งท่องเที่ยวในวังน้ำเขียว

ขอขอบคุณแผนที่จากเว็บไซด์ต่างๆ ด้วยนะครับ
ตามไปดูรูปใน Flickr (Ita)ทริปวังน้ำเขียว เมืองแห่งโอโซน (16-17 ม.ค. 52)

รูปสวยมากเลย
รูปสวยจริงๆพี่ ขอบคุณมากครับ นายแบบและนางแบบทั้งหล่อทั้งสวย ...อิอิ ....
ไปกางเต้นท์ที่เดียวกันมาเลยยย
ฝุ่นเพียบ อิอิ
แต่คนที่พี่เจอไม่ใช่ตาโจนี่ อิอิ
อะล้อเล่ง...

ขอแก้ตัวแทน "ลาคัมปาณ" หน่อยคะ แบบว่าเคยไปกินเค้กที่ร้านเค้า ราคาแค่ 55 - 65 บาทเอง
ราคา 80 บาท เห็นทีจะจำร้านผิดมั้ง ...แต่ยังไงก็ขอชมฝีมือถ่ายรูปได้สวย มั๊กๆๆ เห็นแล้วอยากกลับไปกินอีก...
ถามได้มั้ยอ่ะคะ ว่าใช้กล้องอะไร รุ่นอะไรถ่ายอ่ะ สวยจิง สวยจัง
กล้อง Nikon ครับ บอดี้ D80 (ตอนนี้เตรียมเข้าอู่เพราะถ่ายเกินสองแสนแล้ว)
ส่วนใหญ่เป็นผลงานจากเลนส์ AF 50mm f/1.8 ครับ
สีสัน คม ใส จนแทบไม่ต้องแต่ง ของถูกแล้วดีมีอยู่จริง อิอิ
รูปสวยมากค่ะ ขนาดทินนี่ยังมองเห็น เหมือนขนมราคาเป็นร้อยเลย
สวยมากครับปีนี้ตั้งใจว่าจะไปเหมือนกันครับ กำลังหาข้อมูลอยู่ครับ
รบกวนถามถึงเส้นทางหน่อยครับ ไม่ทราบว่ารถเก๋งไปได้ใช่ไหมครับ
Confirm! รถเก๋งไปได้แน่นอนครับ
เจ้า Vios ขอบล้อ 17" แก้มยาง 45 ของผมคันนี้
ก็ขึ้นไปเขาแผงม้ามาแล้วนะครับ ไม่พบปัญหาอะไร
ถ้าอยากไปกับเพื่อนแบบชิวๆแบบว่านั่งรถเถต่อสองแถวไปได้ปะคะ
อันนี้ไม่แน่ใจอะครับ ไม่เคยลองเหมือนกัน แฮ่ๆ
แสดงความคิดเห็น